กรดไขมันโอเมก้า-3ในเลือดที่สูงและการกินอาจมีส่วนลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ

นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันสาธารณสุขฮาร์วาร์ด (Harvard School of Public Health) ศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างกรดไขมันโอเมก้า-3 กับอัตราการเป็นโรคหัวใจ….อีกครั้ง! พวกเค้าพบว่าคนที่ทานโอเมก้า-3ในปริมาณมากและมีโอเมก้า-3ในเลือดสูงมีอัตราการเป็นโรคหัวใจต่ำ การศึกษาเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่สิ่งสำคัญคือข้อมูลที่เพิ่มมา

การศึกษาครั้งนี้ใช้คนจากหลายกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นการวิจัยที่ทำโดย MESA (Multi-Ethnic Study of Atherosclerosis) ซึ่งมีทั้งคนขาว ฮิสแปนิค แอฟริกัน-อเมริกัน และไชนีส-อเมริกัน ข้อมูลวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่แนะนำปริมาณสารอาหารที่จำเป็นมาจากการค้นคว้าที่อิงคนขาวเป็นหลัก ความหลากหลายทางพันธุกรรมจากแต่ละชาติพันธุ์ส่งผลให้ในแต่ละบุคคลตอบสนองต่อสารอาหารและยาไม่เต็มที่ ดังนั้นการทำวิจัยในความกลุ่มคนหลากหลายชาติพันธุ์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

พวกเขาวัดระดับโอเมก้า-3ทั้งจากเลือดและอาหาร โดยความเกี่ยวข้องระหว่างโรคหัวใจกับโอเมก้า-3 จะวัดจากปริมาณโอเมก้า-3ที่ทานเข้าไปและปริมาณโอเมก้า-3จากเลือดโดยตรง ผลการตอบสนองของโอเมก้า-3จากทั้ง2ส่วนต่อโรคหัวใจให้ผลเช่นเดิม ซึ่งเป็นการยืนยันข้อมูลเดิมที่มีอยู่ และยังแสดงให้เห็น(อีกครั้ง)ว่าโอเมก้า-3ในอาหารเกี่ยวพันโดยตรงกับปริมาณโอเมก้า-3ในเลือด

โอเมก้า-3มีผลต่อโรคหัวใจโดยตรงไม่ใช่แค่ลดปัจจัยเสี่ยง ผลวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงอัตราการเป็นโรคหัวใจที่ลดลง รวมถึงโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง “จุดยุติชัดเจน (hard endpoints)” หมายถึงตัวโรคภัยที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต “ จุดยุติไม่ชัดเจน (soft endpoints)” หมายถึงปัจจัยเสี่ยงจากโรค เช่นความดันโลหิตสูง ซึ่งไม่ถือว่าเป็นโรคโดยตรง ปัจจัยเสี่ยงอาจมีส่วนช่วยแต่ก็ยังไม่ใช่ตัววัดโรคที่เป็นประโยชน์เท่าใดนัก

การวิจัยส่วนใหญ่มักให้คำตอบเหมือนๆ กันถึงความเกี่ยวข้องของโรคหัวใจและโอเมก้า-3 การวิจัยซ้ำด้วยคำถามเดิมอาจเป็นเรื่องหน้าเบื่อ แต่มันก็สำคัญมากๆ ! การได้คำถาม-คำตอบเดิมจากหลากหลายการวิจัยช่วยยืนยันและสร้างความเชื่อมั่นให้ผลการทดลอง

แต่…การศึกษานี้ไม่สามารถวัดความสัมพันธ์แบบสาเหตุและผลลัพธ์ (cause-and-effect relationship) ได้ ถึงแม้จะมีข้อดีมากมายแต่ด้วยความที่เป็นงานศึกษาตามขวาง (cross-sectional study) เราไม่สามารถสรุปได้ว่าโอเมก้า-3ในเลือดหรืออาหารช่วยลดอัตราการเป็นโรคหัวใจ เรารู้แค่เพียงมันมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน และสมควรได้รับการศึกษาเพิ่มเติม

เราควรบันทึกไว้ว่าวิธีที่เราใช้วัดปริมาณโอเมก้า-3ในเลือดจากงานศึกษาครั้งนี้ ไม่เหมือนกับวิธีที่ OmegaQuant เราวัด EPA และ DHAจากเม็ดเลือดแดง ส่วนพวกเขาวัดโอเมก้า-3จากกลุ่มเซลล์ในพลาสมา (ส่วนประกอบของเลือดที่ไม่ใช่เม็ดเลือดแดง) ด้วยวิธีการวัด 2 แบบ (เม็ดเลือดแดง กับ พลาสมา)ที่ไม่เหมือนกันแต่เกี่ยวเนื่องกัน สุดท้ายผลรวมที่ออกมาก็แสดงให้เห็นว่าโอเมก้า-3สำคัญต่อสุขภาพหัวใจเป็นเรื่องที่ชัดเจน!

พลังแห่งความบริสุทธิ๋ที่สดใหม่
วัฒนธรรมการทานน้ำมันตับปลาที่ยาวนานของชาวนอร์เวย์ ทำให้เรารู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้อาหารเสริมจากโอเมก้า-3 คุณภาพสูง เข้มข้นด้วย EPA และ DHA ให้ผลิตภัณฑ์บริสุทธิ์ไร้การปนเปื้อน สดจากทะเลจนถึงมือคุณ
1 เดือน ฿ 1,199
ซื้อตอนนี้