โอเมก้า-3 กับการให้นมแม่

เด็กทารกควรได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ตามคำแนะนำจาก American Academy of Pediatrics (AAP), WHO และ UNICEF

มีหลักฐานมากมายที่สนับสนุนว่า ทำไมการให้นมแม่ถึงจำเป็นและโอเมก้า-3 มีบทบาทสำคัญอย่างไร เราลองมาดูกัน

การให้นมแม่คือส่วนสำคัญที่ช่วยสานสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูก เพราะช่วยกระตุ้นการทำงานของฮอร์โมนด้านบวกที่เกิดจากสัมผัสของแม่

ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นส่งสัญญาณให้สมองหลั่งสาร ออกซิโทซิน หรือที่เรารู้เรียกกันว่า ฮอร์โมนแห่ง “ความรัก” หรือ “การกอด” มาจากความรู้สึกอบอุ่นที่เกิดขึ้นตอนที่เรามีความรัก หรือรู้สึกดี ฮอร์โมนอีกตัวที่เกิดขึ้นระหว่างการให้นมคือ โพรแลคติน ที่ช่วยให้รู้สึกดี สงบ และอิ่มอกอิ่มใจ เมื่อร่วมกับออกซิโทซิน ก็จะช่วยให้รู้สึกผูกพันธ์ลึกซึ้งขึ้นและรู้สึกดีมากขึ้น

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum depression – PPD) พบในผู้หญิง 1 ใน 9 คนหลังคลอดช่วงหนึ่งปีแรก งานวิจัยหนึ่งเผยว่า ผู้หญิงที่ดัชนีโอเมก้า-3ต่ำส่งผลให้สภาวะความซึมเศร้าสูงเช่นกัน อีกแง่หนึ่งคือ ระดับโอเมก้า-3ในผู้หญิงระหว่างท้องก็เป็นอีกปัจจัยเสี่ยงของ PPD เช่นกัน

เด็กทารกควรได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ตามคำแนะนำจาก American Academy of Pediatrics (AAP), WHO และ UNICEF

นอกเหนือจากประโยชน์ด้านอารมณ์กับสภาพจิตใจในช่วงนี้แล้ว การให้นมลูกสร้างประโยชน์อีกหลายเรื่องทั้งสุขภาพของแม่และของลูก งานศึกษาหลายชิ้นแสดงถึงทารกที่ได้รับนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงในโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ โรคอ้วน โรคไหลตายในทารก (sudden infant death syndrome – SIDS) และโรคอื่นๆ มากขึ้น

ไม่ใช่แค่ทารกที่ได้ประโยชน์จากนมแม่ งานศึกษาชิ้นอื่นๆ รายงานถึง การให้นมของแม่ช่วยลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 รวมถึงมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านม ของตัวแม่เด็กด้วย

งานศึกษาหลายพันชิ้นที่กล่าวถึงบทบาทและความจำเป็นของDHA ในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด

การให้นมแม่ยังช่วยในการเผาผลาญพลังงาน ทำให้คุณแม่มือใหม่ได้ลดน้ำหนักลงบ้างหลังคลอด ถึงกระนั้น การเผาผลาญ 300 – 500 แคลอรี่ ต่อวันจากการให้นม ก็ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญอย่างเดียวของการลดน้ำหนัก แต่ต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ด้วย ทั้ง ความเครียด การนอนหลับ การออกกำลังกาย หุ่น พฤติกรรมการกิน รวมถึงประวัติการท้องที่ผ่านมาก็เป็นปัจจัยร่วมในสมการนี้ด้วย

DHA (Docosahexaenoic Acid) คือกรดไขมันโอเมก้า-3 สำคัญที่มีผลต่อสมองและจอประสาทตามากที่สุด ปริมาณDHA ในนมแม่ที่เพียงพอถือเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจในระหว่างให้นมลูก

ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากต่อพัฒนาของเด็กในช่วง 2 ปีแรกโดยเฉพาะสมองและสายตา DHAในนมแม่และการให้นมคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารเช่น DHA

ปริมาณโอเมก้า-3 DHA ที่แม่ได้รับ ส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในช่วง 2 ปีแรก การที่แม่ได้รับปริมาณ DHA ที่สม่ำเสมอจะช่วยรับรองได้ว่าลูกของเธอจะมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้และพฤติกรรมที่เหมาะสม

งานศึกษาหลายพันชิ้นที่กล่าวถึงบทบาทและความจำเป็นของDHA ในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด

งานศึกษาชิ้นหนึ่งจากวิทยาลัยแพทย์เบย์เลอร์ ในเมืองฮุสตัน รัฐเทกซัส ค้นพบว่า เด็กอายุ 5 ปีที่แม่ทาน DHA ช่วงให้นมลูก เด็กสามารถทำสิ่งต่างๆ ได้ดีและมีสมาธิกว่าเด็กคนอื่นๆ ที่มีแม่ที่ไม่ได้ทาน

อีกงานศึกษาหนึ่งจากเบย์เลอร์เช่นกัน พบว่า เด็กอายุ 4 เดือนที่แม่ทาน DHA ช่วงให้นมลูกสามารถทำแบบทดสอบทักษะพิสัยได้ดีกว่าเด็กที่แม่ไม่ได้ทาน

นักวิจัยจากศูนย์การแพทย์ KU มหาวิทยาลัยแคนซัส แนะนำให้เด็กในช่วงอายุ 3 -5 ปีทาน DHA ดูได้จากผลคะแนนด้านการเรียนรู้และทำตามกฎออกมาดีกว่าเด็กที่ไม่ได้ทาน

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยประจำกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ สรุปผลว่า การเพิ่มการได้รับ DHA ช่วงตั้งครรภ์และให้นมลูกส่งผลให้เด็กในช่วงอายุ 4 ปีมีกระบวนการคิดที่ดีขึ้น

ปริมาณโอเมก้า-3 DHA ที่แม่ได้รับ ส่งผลต่อพัฒนาการของทารกในช่วง 2 ปีแรก การที่แม่ได้รับปริมาณ DHA ที่สม่ำเสมอจะช่วยรับรองได้ว่าลูกของเธอจะมีพัฒนาการด้านการเรียนรู้และพฤติกรรมที่เหมาะสม

พลังแห่งความบริสุทธิ๋ที่สดใหม่
วัฒนธรรมการทานน้ำมันตับปลาที่ยาวนานของชาวนอร์เวย์ ทำให้เรารู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้อาหารเสริมจากโอเมก้า-3 คุณภาพสูง เข้มข้นด้วย EPA และ DHA ให้ผลิตภัณฑ์บริสุทธิ์ไร้การปนเปื้อน สดจากทะเลจนถึงมือคุณ
1 เดือน 999,00฿
ซื้อตอนนี้